MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ผลข้างเคียงของยารักษาไทรอยด์

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2563 - 18:50 น.
AA 10291

Levothyroxine (เลโวไทรอกซิน)

Levothyroxine เป็นไทรอยด์ฮอร์โมนสังเคราะห์ที่นำมาใช้รักษาภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำจากการที่ต่อมไทรอยด์ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้เพียงพอ

ยานี้มีขายภายใต้ชื่อการค้าว่า Levothroid, Levoxyl, Levo-T, Synthroid, Tirosint และ Unithroid ไทรอยด์ฮอร์โมนนั้นส่งผลต่อการเผาผลาญโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต

นอกจากนั้นยังส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกายอีกด้วย หากเกิดภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำแล้วไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เจริญเติบโตช้า พูดช้า ไม่มีพลังงาน น้ำหนักเพิ่ม ผมร่วง ผิวแห้ง และขี้หนาวได้

ผลศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Preventive Medicine & Public Health ปี ค.ศ. 2014 ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักกับการใช้ยา Levothyroxine ในหญิงสูงอายุที่มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ โดยนักวิจัยสรุปว่า แพทย์ควรระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้ยา Levothyroxine ที่มากเกินไปในหญิงสูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน ดังนั้น ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ยานี้ คุณต้องแจ้งแพทย์หากคุณมีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้

· เบาหวาน

· โรคหัวใจ เช่น ภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง

· โรคความดันโลหิตสูง

· มีอาการเจ็บหน้าอก

· หัวใจเต้นผิดจังหวะ

· ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

· โรคไต

· โรคตับอักเสบ

· ต่อมหมวกไตหรือต่อมใต้สมองทำงานน้อยกว่าปกติ

· ความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Levothyroxine

Levothyroxine อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งผลข้างเคียงที่พบบ่อยประกอบด้วย

· น้ำหนักลด

· มือสั่น

· ปวดหัว

· คลื่นไส้

· อาเจียน

· ท้องเสีย

· ปวดท้อง

· กระสับกระส่าย

· วิตกกังวล

· นอนไม่หลับ

· เหงื่อออกมาก

· อยากอาหารมากกว่าปกติ

· มีไข้

· ประจำเดือนเปลี่ยนแปลง

· ขี้ร้อน

· ผมร่วงชั่วคราวโดยเฉาพะในเด็กที่เพิ่งเริ่มรับการรักษา

นอกจากนั้นยังอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ หากคุณมีอาการต่อไปนี้ให้หยุดยาทันทีและมาพบแพทย์

· เจ็บหน้าอก

· หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ

…………………………………………..

Propylthiouracil (PTU) มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดพิษต่อตับและการเสียชีวิต

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 2 เดือน มิถุนายน ปี 2552 -- อ่านแล้ว 12919 ครั้ง

วันที่ 3 มิถุนายน 2552 องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์ถึงความปลอดภัยในการใช้ propylthiouracil (PTU) ในด้านของการเกิดผลข้างเคียงต่อตับที่รุนแรง หรือการเสียชีวิตจากการใช้ยา PTU เปรียบเทียบกับ methimazole ซึ่งยาทั้งสองชนิดได้รับการอนุมัติให้ใช้ในภาวะ hyperthyroidism จาก Graves’ s disease PTU จัดเป็น second-line drug ในผู้ที่แพ้หรือไม่สามารถทนผลข้างเคียงของ methimazole ได้ และเนื่องจากmethimazole มีรายงานการเกิด embryopathy ในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งไม่พบผลเสียนี้ในยา PTU ดังนั้นยา PTU จึงเหมาะกับผู้ป่วย Graves’s disease ที่กำลังตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก และควรหลีกเลี่ยงการใช้ PTU ในผู้ป่วยเด็กหากผู้ป่วยสามารถใช้ methimazole ได้

มีรายงานว่าผู้ป่วยผู้ใหญ่จำนวน 22 คน และผู้ป่วยเด็กจำนวน 10 คน เกิดความเป็นพิษต่อตับจากการใช้ PTU ผู้ป่วยผู้ใหญ่จำนวน 12 คน เสียชีวิต ผู้ป่วย 5 คน ต้องได้รับการปลูกถ่ายตับ ส่วนผู้ป่วยเด็ก พบว่าผู้ป่วยจำนวน 1 คนเสียชีวิต และผู้ป่วยจำนวน 6 คน ต้องได้รับการปลูกถ่ายตับ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ methimazole พบว่ามีผู้ป่วยจำนวน 5 คน ที่เกิดความเป็นพิษต่อตับขึ้นโดยเสียชีวิต 3 คน และทั้งหมดเป็นผู้ใหญ่ หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Graves’s disease และได้รับยา PTU ควรเฝ้าระวังและติดตามอาการพิษต่อตับอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของการเริ่มใช้ยา หากเกิดความผิดปกติต่อตับขึ้นควรหยุดใช้ยาในทันที

อ้างอิงจาก:
www.medscape.com/viewarticle/703851

ข้อควรระวังในการใช้ยา หากมีอาการดังต่อไปนี้ควรจะหยุดยาและแจ้งแพทย์

· ไข้ เจ็บคอ ปวดตามตัว

· ซีด มีจุดเลือดออกตามตัว มีจ้ำเลือดตามตัว

· ไอ หายใจลำบาก

· มีผื่นแดง หรือผื่นเป็นตุ่มน้ำ

· ปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลืองตาเหลือง

· ยานี้อาจจะทำให้เกิดตับอักเสบได้ดังนั้น ควรจะใช้ยานี้ในรายที่ไม่สามารถผ่าตัด หรือไม่สามารถให้น้ำแร่ หรือให้ยา methimazole

ผลข้างเคียงของยา

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

· ผลกระทบต่อระบบโลหิตได้แก่ เม็ดเลือดขาวต่ำ (ทำให้เกิดอาการติดเชื้อได้ง่าย เช่นไข้ เจ็บคอ) ซีด

· แพ้ยามีไข้ ผื่นขึ้น

· ตับอักเสบ เบื่ออาหารแน่นท้อง ไข้ ปัสสาวะสีเข้ม อุจาระซีด ตัวเหลืองตาเหลือง

· หลอดเลือดอักเสบ

· ไตอักเสบ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยแต่ไม่รุนแรง

· ผื่น

· ลมพิษ

· คลื่นไส้อาเจียน

· ปวดข้อ

· ผมร่วง

· มึนงง

ปฏิกิริยากับยาชนิดอื่น

· ยาต้านการแข็งตัวของเลือด warfarin ยา Methimazole จะเพิ่มยา warfarin ในเลือดดังนั้นจะต้องติดตามการแข็งตัวของเลือด

· ยา Propylthiouracil จะเพิ่มการขับถ่ายของยา betablocker ดังนั้นเมื่อคุมภาวะคอกพอกเป็นพิษได้ ควรจะลดขนาดยา betablocker

· ยาPropylthiouracil จะเพิ่มระดับยา digoxin ดังนั้นเมื่อคุมภาวะคอกพอกเป็นพิษได้ ควรจะลดขนาดยา

· ยาPropylthiouracil จะเพิ่มระดับยา Theophylline ดังนั้นเมื่อคุมภาวะคอกพอกเป็นพิษได้ ควรจะลดขนาดยา

…………………………………………………..

Methimazole (เมไทมาโซล)

Methimazole (เมไทมาโซล) หรืออีกชื่อหนึ่งคือไทอะมาโซล (Thiamazole) ใช้ในการรักษาภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ทำงานโดยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกาย รวมถึงใช้ในผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ หรือใช้รักษาร่วมกับผู้ที่ทำการรักษาด้วยการกลืนแร่ไอโอดีน (Radioactive Iodine)

คำเตือนในการใช้ยา Methimazole

การใช้ยา Methimazole อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้น ควรปรึกษาและแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรให้ทราบถึงเงื่อนไขของผู้ป่วยเกี่ยวกับประวัติการใช้ยา ประวัติทางการแพทย์ และประวัติการแพ้ยาก่อนการใช้ยาทุกครั้ง โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในกลุ่มดังต่อไปนี้

§ ผู้ที่แพ้ส่วนผสมที่อยู่ในยา Methimazole

§ ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีแผนจะตั้งครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร

§ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ ไขกระดูก หรือผู้ที่มีภาวะผิวหนังอักเสบ

§ ผู้ที่เป็นไข้ หวัด หลอดลมอักเสบ หรือการติดเชื้ออื่น ๆ

§ ผู้ที่กำลังใช้ยาชนิดอื่น ๆ สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะการใช้ยาร่วมกันอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงหรือลดประสิทธิภาพการทำงานของยา โดยเฉพาะยาที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้

§ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน (Warfarin) เป็นต้น

§ ยารักษาความดันโลหิตสูงกลุ่มยาต้านเบต้า

§ ยารักษาโรคหัวใจ เช่น ไดจอกซิน (Digoxin) ดิจิทาลิส (Digitalis) เป็นต้น

§ ยารักษาอาการหอบหืด เช่น ทีโอฟิลลีน (Theophylline) เป็นต้น

§ ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ เช่น ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) เป็นต้น

§ ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะหรือทำงานที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายในขณะใช้ยา เพราะอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หรือง่วงซึมได้ รวมถึงไม่ควรรับประทานยาร่วมกับแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่มีอาการรุนแรงได้

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Methimazole

ยา Methimazole อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น และควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน หากพบอาการดังต่อไปนี้

ผลข้างเคียงที่พบได้ยาก เช่น

§ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก

§ ขาหรือเท้ามีอาการบวม ชา หรือรู้สึกเหมือนเข็มแทง

§ น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

§ ดีซ่าน โดยมีอาการผิวหรือตาเหลือง

§ ผื่นแดงคันที่ผิวหนังอย่างรุนแรง หรือผิวแห้งแตก

§ จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลงชั่วคราว ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะมีอาการหนาวสั่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ เสียงแหบ มีแผลในปาก ปวดหลัง ปวดข้างลำตัว รู้สึกเจ็บในขณะปัสสาวะ หรือปัสสาวะลำบาก เป็นต้น

§ เลือดออกง่าย ผู้ป่วยจะมีอาการ เช่น อุจจาระมีสีดำ มีเลือดปนออกมา ปัสสาวะเป็นเลือด เลือดออกขณะแปรงฟัน หรือขณะใช้ไหมขัดฟัน มีจุดแดง รอยฟกช้ำ หรือเลือดออกตามผิวหนัง เป็นต้น

..............................................................

***สอบถามเพิ่ม ได้ที่ โทร.061-3269599 , 093-3845359 หรือ แอดไอด ไลน์ : sajjatara***



                                             หากมีอาการแพ้ยา มีผื่นคันขึ้น ควรรีบแจ้งแพทย์







ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ผลข้างเคียงของยารักษาไทรอยด์